Flowmeter แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร? คู่มือเลือกอุปกรณ์วัดอัตราการไหลสำหรับงานอุตสาหกรรม

Flowmeter หรือ “เครื่องวัดอัตราการไหล” เป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโรงงานน้ำดื่ม, ระบบ RO/DI, งานน้ำมัน, งานเคมี, ระบบท่อไอน้ำ, ระบบลม, ไปจนถึงไลน์การผลิตต่าง ๆ ทุกระบบต้องการการวัดอัตราการไหลที่แม่นยำ เพื่อควบคุมการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ลดปัญหาสินค้าเสียหาย และช่วยให้การบำรุงรักษาง่ายขึ้น

Flowmeter มีหลากหลายแบบมาก แต่ละชนิดถูกออกแบบให้เหมาะกับลักษณะของไหลต่างกัน เช่น น้ำสะอาด น้ำเสีย สารเคมีเข้มข้น ก๊าซ ไอน้ำ น้ำมัน หรือแม้แต่ผงแห้งในอุตสาหกรรมอาหาร

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ:

  • Flowmeter มีกี่ประเภท?
  • แต่ละแบบทำงานอย่างไร?
  • ข้อดี–ข้อเสียของ Flowmeter แต่ละชนิด
  • ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานอุตสาหกรรมของคุณ?
  • ราคาประมาณ และข้อควรระวังในการเลือกซื้อ

1. Flowmeter คืออะไร?

Flowmeter คืออุปกรณ์สำหรับวัดปริมาณการไหลของของไหล ทั้งของเหลวและก๊าซ โดยสามารถวัดได้หลายรูปแบบ เช่น:

  • วัดอัตราการไหลแบบปริมาตร (Volumetric Flow)
  • วัดอัตราการไหลแบบมวล (Mass Flow)
  • วัดอัตราการไหลแบบความเร็ว (Velocity)
  • วัดอัตราการไหลแบบพื้นที่ตัวแปร (Variable Area)

การเลือก Flowmeter ไม่ใช่แค่ดูราคา แต่ต้องดูลักษณะของไหล ความสะอาด ความหนืด ความดัน อุณหภูมิ รวมถึงความแม่นยำที่ต้องการในงานนั้น ๆ


2. ประเภทหลักของ Flowmeter ที่ใช้ในอุตสาหกรรม

ต่อไปนี้คือ Flowmeter ที่นิยมใช้ที่สุด 10 ประเภท พร้อมการทำงานอย่างละเอียด


2.1 Variable Area Flowmeter (Rotameter – โรตามิเตอร์)

เป็น Flowmeter แบบลูกลอยในหลอดท่อใส เช่น Glass และ Acrylic ที่พบได้บ่อยที่สุด

หลักการทำงาน

เมื่อของไหลผ่านท่อ ลูกลอยจะลอยขึ้นตามแรงดัน ทำให้สามารถอ่านค่า Flow ได้จากสเกลที่สลักอยู่ด้านข้าง

ข้อดี

  • ราคาถูก
  • อ่านค่าได้ง่าย
  • ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า
  • เหมาะกับน้ำ RO, DI, เคมีบางชนิด, อากาศ

ข้อเสีย

  • ความแม่นยำปานกลาง
  • ห้ามใช้กับอุณหภูมิสูงหรือแรงดันสูง
  • วัดของไหลที่มีสีหรือของแข็งปนมากไม่ได้

เหมาะกับงาน

  • ระบบ RO / DI
  • ระบบบำบัดน้ำ
  • ระบบลม
  • ถังกรอง–ถังคาร์บอน–เรซิ่น

2.2 Electromagnetic Flowmeter (Mag Flowmeter – เมกโฟลว์)

เป็นประเภทที่นิยมมากในงานน้ำและงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

หลักการทำงาน

ใช้สนามแม่เหล็กวัดการเคลื่อนที่ของของไหลโดยไม่ต้องมีชิ้นส่วนสัมผัสของไหล ทำให้เหมาะกับของไหลที่มีการนำไฟฟ้า

ข้อดี

  • แม่นยำสูง
  • ไม่มีส่วนเคลื่อนไหว → ไม่สึกหรอ
  • ใช้ได้กับท่อขนาดใหญ่
  • วัดน้ำเสียหรือสารเคมีได้ดี

ข้อเสีย

  • ใช้ได้เฉพาะของไหลที่นำไฟฟ้า
  • ราคาแพงกว่า Rotameter

เหมาะกับงาน

  • ระบบน้ำประปา
  • น้ำเสีย
  • โรงงานเคมี
  • อุตสาหกรรมอาหาร

2.3 Ultrasonic Flowmeter

วัดอัตราการไหลด้วยคลื่นเสียง ทำได้ทั้งแบบ Clamp-on และ Inline

ข้อดี

  • ติดตั้งง่าย ไม่ต้องตัดท่อ (แบบ Clamp-on)
  • ไม่สัมผัสของไหล → สะอาด
  • ใช้กับท่อใหญ่ได้ดีมาก

ข้อเสีย

  • ราคาแพง
  • อาจคลาดเคลื่อนถ้าท่อเก่า หรือมีสนิม

เหมาะกับงาน

  • วัดปริมาณน้ำประปา
  • งาน Energy Saving
  • ตรวจสอบระบบท่อในโรงงาน

2.4 Turbine Flowmeter

มีใบพัดด้านในหมุนตามความเร็วของของไหล

ข้อดี

  • วัดความเร็วได้แม่นยำ
  • เหมาะกับของไหลสะอาด

ข้อเสีย

  • มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว → สึกหรอเร็ว
  • ไม่เหมาะกับน้ำเสียหรือของไหลมีตะกอน

2.5 Vortex Flowmeter

ใช้หลักการหมุนวนของของไหลเกิดเป็นความถี่เพื่อนำมาคำนวณการไหล

ข้อดี

  • ใช้งานได้ทั้งน้ำ ไอน้ำ และก๊าซ
  • ทนความร้อนสูง

ข้อเสีย

  • ไม่เหมาะกับท่อเล็ก
  • ถ้าเป็นน้ำที่มีฟองเยอะจะเพี้ยนได้

2.6 Positive Displacement Flowmeter

ใช้วัดปริมาตรที่ของไหลผลักชิ้นส่วนภายใน เหมาะสำหรับของไหลที่มีความหนืดสูง เช่น น้ำมัน

ข้อดี

  • แม่นยำมาก
  • ดีสำหรับน้ำมัน เครื่องดื่มเข้มข้น สารเคมีเหนียว

ข้อเสีย

  • ราคาสูง
  • ทำความสะอาดยาก

2.7 Thermal Mass Flowmeter

ใช้วัดก๊าซโดยวัดการเปลี่ยนแปลงความร้อนของเซนเซอร์

เหมาะกับ:

  • ไนโตรเจน
  • อากาศ
  • ออกซิเจน
  • ก๊าซเฉื่อยต่าง ๆ

2.8 Differential Pressure Flowmeter

ใช้ Orifice Plate, Venturi Tube ในการวัดแรงดันตกคร่อม

เหมาะสำหรับ:

  • ไอน้ำ
  • น้ำร้อน
  • ระบบที่ต้องการความแม่นยำสูง

3. ตารางเปรียบเทียบ Flowmeter ยอดนิยม

ประเภทราคาแม่นยำใช้กับน้ำใช้กับก๊าซใช้กับไอน้ำ
Rotameterต่ำปานกลาง
Magmeterปานกลางสูง
Ultrasonicสูงสูง
Turbineปานกลางสูง
Vortexสูงสูง

4. วิธีเลือก Flowmeter ให้เหมาะกับงาน

หลักการเลือกมี 7 ข้อสำคัญ:

1) ประเภทของไหล

  • ถ้าน้ำสะอาด → Rotameter / Magmeter
  • น้ำเสีย → Magmeter
  • ไอน้ำ → Vortex
  • ก๊าซ → Thermal Mass

2) อุณหภูมิ

ถ้าเกิน 100°C ต้องระวัง → แนะนำ Vortex, DP Flowmeter

3) ความสะอาดของไหล

  • มีตะกอน → ห้ามใช้ Turbine
  • มีฟอง → Ultrasonic ไม่เหมาะ

4) ขนาดท่อ

  • ท่อเล็ก → Rotameter
  • ท่อใหญ่ → Clamp-on Ultrasonic

5) ความแม่นยำที่ต้องการ

งานควบคุมคุณภาพต้องใช้แบบแม่นยำสูง เช่น Magmeter, Vortex

6) งบประมาณ

Rotameter → ประหยัดที่สุด
Ultrasonic → ราคาสูงสุด

7) ต้องการส่งสัญญาณหรือไม่

  • ถ้าต้องส่งสัญญาณ 4-20mA → เลือก Magmeter / Vortex / Ultrasonic
  • Rotameter ก็มีแบบติด Output แต่ราคาสูงขึ้น

5. Flowmeter ยอดนิยมที่ใช้ในงาน RO / DI

  1. Rotameter Acrylic
  2. Rotameter Glass
  3. PVC Flowmeter
  4. SS316 Flowmeter

ทุกแบบต้องทนสารเคมีอ่อนและน้ำบริสุทธิ์ ไม่ปนเปื้อน


6. สรุปเลือก Flowmeter แบบง่ายที่สุด

งานFlowmeter ที่แนะนำ
ระบบ RO / DIRotameter
ระบบประปาMagmeter
โรงงานอาหารMagmeter / PD Meter
ระบบลมRotameter / Mass Flow
ไอน้ำVortex
ก๊าซThermal Mass
ท่อใหญ่Ultrasonic Clamp-on

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998 / Line : @pinpointt  / www.pinpointinstrument.co.th

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Pinpoint Instrument สินค้า  valve  วาล์วและเครื่องมือวัด

Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด  ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์   Pinpoint Instrument

Scroll to Top