ประเภทของ Butterfly Valve และการใช้งานในระบบท่ออุตสาหกรรม

Butterfly Valve คืออะไร และเหตุผลที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรม

Butterfly Valve หรือ “วาล์วใบพัด” เป็นวาล์วประเภทหนึ่งที่ใช้แผ่นดิสก์ทรงกลมในการควบคุมการเปิด–ปิดของของเหลวหรือก๊าซในระบบท่อ จุดเด่นของวาล์วชนิดนี้คือมีน้ำหนักเบา โครงสร้างเรียบง่าย ราคาประหยัด ติดตั้งง่าย และสามารถเปิด–ปิดได้รวดเร็ว ทำให้เป็นหนึ่งในวาล์วที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั้งในระบบน้ำ ระบบลม ระบบ HVAC ระบบดับเพลิง รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท

ในระบบท่อขนาดใหญ่ Butterfly Valve ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า Gate Valve หรือ Globe Valve ทั้งด้านราคาและต้นทุนการติดตั้ง เพราะใช้หน้าแปลนที่บางกว่าและขนาดตัววาล์วเล็กกว่า ทำให้ประหยัดพื้นที่และลดน้ำหนักของระบบลงได้อย่างมาก


ประเภทของ Butterfly Valve และคุณสมบัติแต่ละแบบ

Butterfly Valve มีหลากหลายประเภท โดยถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาวะการใช้งานแตกต่างกัน เช่น ความดัน อุณหภูมิ สารเคมี การควบคุมแรงดัน หรือการขจัดการรั่วซึม ในบทความนี้เราจะแยกเป็นประเภทหลัก ๆ ที่ใช้งานในอุตสาหกรรมจริง


1) Wafer Type Butterfly Valve (แบบสวมรัด)

✔ ลักษณะเด่น

  • โครงสร้างบาง
  • ติดตั้งง่ายคั่นกลางระหว่างหน้าแปลน
  • ราคาไม่แพง
  • น้ำหนักเบา
  • ไม่ต้องใช้สลักเกลียวหลายจุด
  • นิยมใช้ในระบบท่อทั่วไป

✔ การใช้งาน

  • ระบบน้ำประปา
  • ระบบบำบัดน้ำเสีย
  • ระบบ HVAC
  • ระบบดับเพลิง (Fire Pump)

Wafer Type คือรุ่นที่เห็นได้บ่อยที่สุดในโรงงาน เนื่องจากมีราคาย่อมเยาและติดตั้งรวดเร็ว ปิดผนึกด้วยยาง (EPDM / NBR) ทำให้เหมาะกับงานความดันไม่สูงมาก


2) Lug Type Butterfly Valve (แบบมีหูล๊อค)

✔ จุดเด่น

  • สามารถติดตั้งแบบปลดปลายท่อด้านใดด้านหนึ่งได้ (Dead End Service)
  • เหมาะกับงานที่ต้องการซ่อมบำรุงง่าย
  • โครงสร้างแข็งแรงกว่า Wafer

✔ การใช้งาน

  • ระบบในโรงงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง
  • ระบบลมแรงดันสูง
  • ระบบที่มีการถอดซ่อมบ่อย

ลักษณะของ Lug Type คือมีหูเกลียวในตัว ทำให้สามารถขันสลักได้ทั้งสองด้าน ช่วยประหยัดเวลาในการซ่อมระบบท่อ


3) Double Flange Butterfly Valve (หน้าแปลนคู่)

✔ จุดเด่น

  • ความแข็งแรงสูง
  • เหมาะกับท่อขนาดใหญ่
  • ทนแรงดันมากกว่า Wafer และ Lug
  • มีการยึดที่แน่น หนา และปลอดภัยกว่า

✔ การใช้งาน

  • ระบบน้ำดิบ
  • โรงไฟฟ้า
  • ระบบท่ออุตสาหกรรมในโรงงานผลิต
  • โรงงานน้ำประปา

Double Flange Valve เป็นตัวที่มักใช้กับ DN200 ขึ้นไป เพราะต้องการความเสถียรในระบบที่มีแรงดันสูงและท่อใหญ่ น้ำหนักค่อนข้างมากแต่ความปลอดภัยสูง


4) High Performance Butterfly Valve (HPBV)

เหมาะสำหรับงานที่ต้องการควบคุมแรงดันสูง อุณหภูมิสูง หรือสารเคมีรุนแรง วัสดุเพลตอาจใช้ Stainless / Alloy หรือ Teflon Seat เพื่อทนสารเคมีและความร้อน


5) Triple Offset Butterfly Valve (TOV)

ถือเป็น Butterfly Valve ระดับพรีเมียม ตัววาล์วถูกออกแบบด้วยมุม 3 Offset ทำให้แผ่นดิสก์ไม่เสียดสีกับตัวซีท ช่วยยืดอายุการใช้งานและแม่นยำมาก

✔ จุดเด่น

  • ทนความดันสูง
  • ทนอุณหภูมิสูง
  • รั่วซึมต่ำมาก (Zero Leakage)
  • เหมาะกับงานไอน้ำหรือสารเคมีแรง

✔ การใช้งาน

  • ระบบไอน้ำอุตสาหกรรม
  • ระบบน้ำมัน
  • ระบบแก๊ส
  • โรงงานปิโตรเคมี

Triple Offset Valve คืออีกหนึ่งตัวที่วิศวกรให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะมีโครงสร้างที่แข็งแรงที่สุดในกลุ่ม Butterfly Valve


โครงสร้างภายในของ Butterfly Valve

องค์ประกอบสำคัญมีดังนี้

  • Body (ตัวเรือน) – ใช้เหล็กหล่อ เหล็กหล่อเหนียว หรือสเตนเลส
  • Disc (แผ่นดิสก์) – ส่วนควบคุมการเปิด–ปิด
  • Seat (ยางซีล) – ป้องกันการรั่วซึม
  • Stem (แกนหมุน) – เชื่อมต่อกับมือหมุนหรือ Actuator
  • Lever / Gear / Actuator – ส่วนควบคุม เช่น คันโยกหรือเกียร์บ็อกซ์

วิธีเลือก Butterfly Valve ให้เหมาะกับงานอุตสาหกรรม

1) ดูชนิดของของไหล

  • น้ำสะอาด → EPDM
  • น้ำมัน → NBR
  • เคมี → PTFE
  • ไอน้ำ → โลหะหรือซีทชนิดพิเศษ

2) แรงดันระบบ (Pressure Rating)

เลือก Class และ PN ให้ตรง เช่น PN16, PN10, ANSI150

3) อุณหภูมิการใช้งาน

  • ยางทั่วไปทน 80–120°C
  • PTFE ทน 200°C+
  • Triple Offset ทนได้ถึง 400°C+

4) ขนาดท่อ (DN Size)

หาก DN200 ขึ้นไป แนะนำ Double Flange หรือ High Performance Valve

5) เลือกหน้าแปลนให้ถูกมาตรฐาน

  • JIS
  • ANSI
  • DIN

การเลือกอุปกรณ์ควบคุม (Actuator) สำหรับ Butterfly Valve

✔ Manual Lever

ใช้กับท่อขนาดเล็ก DN50–DN150

✔ Manual Gear

ใช้กับท่อใหญ่หรือแรงดันสูง

✔ Pneumatic Actuator

ใช้ในงานที่ต้องการควบคุมอัตโนมัติ

✔ Electric Actuator

ใช้ในงานควบคุมระยะไกล หรือระบบที่ต้องการความแม่นยำสูง


ข้อดีของ Butterfly Valve

  • น้ำหนักเบากว่า Gate Valve มาก
  • ติดตั้งง่าย
  • ราคาย่อมเยา
  • เปิด–ปิดเร็ว
  • ซ่อมบำรุงน้อย
  • รองรับของไหลหลากหลายชนิด
  • มีหลายวัสดุให้เลือกตามงาน

ข้อจำกัดของ Butterfly Valve

  • อาจเกิดความดันตกคร่อม (Pressure Drop)
  • ไม่เหมาะกับของไหลหนืดมาก
  • รุ่นยางทั่วไปไม่ทนความร้อนสูง
  • การควบคุม Flow แม่นยำสู้ Globe Valve ไม่ได้

สรุปภาพรวมการเลือกใช้งาน Butterfly Valve

หากต้องการ ความคุ้มค่า ใช้งานง่าย ติดตั้งเร็ว → เลือก Wafer Type
หากต้องการ ซ่อมบำรุงง่าย มี Dead-End → เลือก Lug Type
หากต้องใช้ ท่อใหญ่หรือแรงดันสูง → เลือก Double Flange
หากต้องการ ทนอุณหภูมิและแรงดันสูงมาก → เลือก Triple Offset
หากต้องการใช้ ระบบควบคุมอัตโนมัติ → ใช้ Actuator Butterfly Valve

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998 / Line : @pinpointt  / www.pinpointinstrument.co.th

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Pinpoint Instrument สินค้า  valve  วาล์วและเครื่องมือวัด

Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด  ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์   Pinpoint Instrument

Scroll to Top