Ball Valve รั่วทั้งที่ปิดสุด: ไล่สาเหตุจาก Seat ถึง Foreign Matter

Ball Valve (บอลวาล์ว) เป็นวาล์วที่นิยมใช้สำหรับเปิด–ปิดการไหลในระบบน้ำ ลม ก๊าซ น้ำมัน และของเหลวในงานอุตสาหกรรม จุดเด่นคือสามารถเปิด–ปิดได้รวดเร็วและมีโครงสร้างที่เหมาะกับงาน Isolation

แต่ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ Ball Valve รั่วทั้งที่ปิดสุด หรือปิดวาล์วแล้วแต่ยังมีของไหลไหลผ่านอยู่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าตัววาล์วเสียเสมอไป เพราะสาเหตุอาจเกิดได้ตั้งแต่ Seat, Ball, Stem, Foreign Matter ไปจนถึงแรงดันและสภาพการใช้งานที่ไม่เหมาะสม

Ball Valve ปิดแล้วทำไมยังรั่ว?

โดยหลักแล้ว เมื่อหมุน Ball Valve ไปที่ตำแหน่งปิด ลูกบอลภายในวาล์วจะหมุนประมาณ 90° เพื่อให้ส่วนตันของ Ball หันเข้าหาทางไหล และ Seat จะกดสัมผัสกับผิว Ball เพื่อทำหน้าที่ปิดกั้นของไหล

หากยังมีของไหลผ่านหลังจากปิดวาล์ว อาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น

  • Seat เสียหายหรือสึกหรอ
  • มีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ระหว่าง Ball กับ Seat
  • Ball มีรอยหรือผิวสัมผัสเสียหาย
  • Stem หรือกลไกหมุนทำงานไม่สุด
  • วาล์วเลือกวัสดุ Seat ไม่เหมาะกับของไหล
  • ใช้งานเกิน Pressure / Temperature ที่กำหนด
  • มีตะกอนหรือสนิมสะสมภายใน
  • ถูกใช้งานในลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับประเภทของระบบ

ดังนั้น ก่อนเปลี่ยนวาล์วใหม่ ควรหาสาเหตุให้ชัดเจนก่อน

1. ตรวจสอบ Seat เป็นอันดับแรก

Seat เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่สร้างจุดซีลระหว่าง Ball กับตัววาล์ว

เมื่อ Ball Valve อยู่ในตำแหน่งปิด Seat จะต้องสัมผัสกับ Ball อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันของไหลผ่าน

หาก Seat มีปัญหา อาจทำให้เกิด Internal Leakage หรือการรั่วผ่านภายในวาล์วได้

สาเหตุที่ Seat เสียหายได้ เช่น

  • ใช้งานกับอุณหภูมิสูงเกินข้อกำหนด
  • ใช้กับสารเคมีที่ไม่เข้ากันกับวัสดุ Seat
  • มีตะกอนหรืออนุภาคแข็งในของไหล
  • เปิด–ปิดบ่อยเกินสภาพที่วาล์วรองรับ
  • เกิดการสึกหรอจากการใช้งาน
  • เกิดความเสียหายจากแรงดันหรือการใช้งานผิดประเภท

ดังนั้น หากพบว่า Ball Valve ปิดแล้วมีของไหลผ่าน ควรตรวจสอบ Seat เป็นจุดสำคัญอันดับต้น ๆ

2. Foreign Matter ติดระหว่าง Ball กับ Seat

อีกสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ Foreign Matter หรือสิ่งแปลกปลอม เข้าไปอยู่บริเวณพื้นที่ซีล

ตัวอย่างเช่น

  • เศษโลหะ
  • สนิม
  • ทราย
  • ตะกรัน
  • เศษเทปพันเกลียว
  • เศษวัสดุจากการติดตั้ง
  • สิ่งสกปรกจากระบบท่อ

เมื่อสิ่งเหล่านี้ติดอยู่ระหว่าง Ball และ Seat แม้จะหมุนวาล์วไปที่ตำแหน่ง OFF แล้ว Seat ก็อาจไม่สามารถสัมผัสกับ Ball ได้เต็มพื้นที่

ผลที่ตามมาคือ วาล์วปิดไม่สนิทและเกิดการรั่วภายใน

3. ตรวจสอบผิว Ball ว่ามีรอยหรือไม่

Ball ภายในวาล์วต้องมีผิวที่เหมาะสมสำหรับการสัมผัสกับ Seat

หากผิว Ball มี

  • รอยขีดข่วน
  • รอยกัดกร่อน
  • สนิม
  • รอยบุบ
  • การสึกหรอ
  • คราบแข็งเกาะ

อาจทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง Ball กับ Seat และทำให้เกิด Internal Leakage ได้

โดยเฉพาะระบบที่มีอนุภาคแข็งหรือของไหลที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ควรให้ความสำคัญกับวัสดุและสภาพผิวของ Ball เป็นพิเศษ

4. Ball หมุนไม่ถึงตำแหน่งปิดสนิท

อีกจุดที่ควรตรวจสอบคือ การหมุนของ Ball

แบบทั่วไปต้องหมุนประมาณ 90° จากเปิดไปปิด หากกลไกทำงานไม่เต็มระยะ Ball อาจไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการซีล

สาเหตุอาจมาจาก

  • Handle ติดขัด
  • Stem มีปัญหา
  • Actuator ตั้งระยะไม่ถูกต้อง
  • มีสิ่งสกปรกภายใน
  • กลไกเชื่อมต่อคลาดเคลื่อน
  • อุปกรณ์แสดงตำแหน่งไม่ตรงกับตำแหน่งจริง

ดังนั้น คำว่า “หมุน Handle จนสุดแล้ว” ไม่ได้แปลว่า Ball ภายในจะอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเสมอไป โดยเฉพาะ Ball Valve ที่ติดตั้งร่วมกับ Actuator

5. Seat ไม่เหมาะกับอุณหภูมิและของไหล

วัสดุ Seat ของ Ball Valve มีหลายประเภท เช่น PTFE, RPTFE, PEEK และวัสดุอื่น ๆ โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการทนต่ออุณหภูมิและสารเคมีแตกต่างกัน

หากเลือก Seat ไม่เหมาะกับสภาพการใช้งาน อาจเกิดการเสื่อมสภาพ บวม แข็งตัว หรือเสียรูปได้ ขึ้นอยู่กับวัสดุและสภาวะการทำงาน

6. แรงดันใช้งานไม่เหมาะสม

Ball Valve แต่ละรุ่นมี Pressure Rating ที่แตกต่างกัน

หากนำวาล์วไปใช้งานเกินขีดจำกัดที่ผู้ผลิตกำหนด อาจส่งผลต่อชิ้นส่วนภายในและประสิทธิภาพของการซีล

ข้อมูลที่ควรตรวจสอบก่อนเลือก ได้แก่

  • Working Pressure
  • Maximum Pressure
  • Temperature Rating
  • Valve Size
  • Valve Class / Pressure Class
  • Body Material
  • Seat Material
  • Media

ไม่ควรเลือก Ball Valve จากขนาดท่อเพียงอย่างเดียว

7. ของไหลมีสิ่งปนเปื้อนหรือไม่?

หากระบบมีของไหลที่มีตะกอนหรืออนุภาคแข็ง เช่น

  • น้ำที่มีตะกอน
  • ระบบที่มีสนิม
  • น้ำจากกระบวนการผลิต
  • ของเหลวที่มีผงหรืออนุภาค
  • สารเคมีที่เกิดตะกอน

ควรพิจารณาว่าอนุภาคเหล่านี้สามารถเข้าไปสะสมบริเวณ Seat ได้หรือไม่

การติดตั้ง Strainer / Filter ในตำแหน่งที่เหมาะสมอาจช่วยลดปริมาณสิ่งปนเปื้อนที่เข้าสู่วาล์วได้ ทั้งนี้ต้องเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับระบบ

วิธีตรวจสอบเมื่อ Ball Valve ปิดแล้วรั่ว

สามารถไล่ตรวจสอบตามลำดับง่าย ๆ ดังนี้

Step 1: ตรวจสอบตำแหน่งเปิด–ปิด

ดูว่า Handle หรือ Actuator อยู่ในตำแหน่งปิดจริงหรือไม่

Step 2: ตรวจสอบการหมุนของ Stem

ตรวจสอบว่า Stem สามารถหมุนได้เต็มระยะหรือไม่

Step 3: ตรวจสอบแรงดันในระบบ

เปรียบเทียบแรงดันใช้งานกับ Pressure Rating ของ Ball Valve

Step 4: ตรวจสอบ Foreign Matter

ตรวจสอบว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปบริเวณ Ball และ Seat หรือไม่

Step 5: ตรวจสอบ Seat

ดูว่ามีการสึกหรอ แตก เสียรูป หรือเสื่อมสภาพหรือไม่

Step 6: ตรวจสอบ Ball

ตรวจหารอยขีดข่วน การกัดกร่อน และความเสียหายของผิว Ball

Step 7: ตรวจสอบวัสดุ

ตรวจสอบ Body, Ball และ Seat ว่าเหมาะสมกับ Media และ Temperature หรือไม่

วิธีลดโอกาส Ball Valve รั่วก่อนเวลา

การป้องกันปัญหาเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนเลือกและติดตั้ง

1. เลือก Seat ให้เหมาะกับ Media
อย่าดูเพียง Body Material

2. ตรวจสอบ Pressure และ Temperature
ต้องอยู่ภายใน Rating ที่ผู้ผลิตกำหนด

3. ทำความสะอาดระบบท่อก่อนใช้งาน
ช่วยลดเศษวัสดุและ Foreign Matter

4. พิจารณา Strainer / Filter
สำหรับระบบที่มีสิ่งปนเปื้อน

5. ติดตั้งตามทิศทางและวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด

6. หลีกเลี่ยงการใช้ Ball Valve ผิดวัตถุประสงค์
Ball Valve โดยทั่วไปเหมาะกับงานเปิด–ปิด (Isolation) มากกว่าการใช้เป็นวาล์วควบคุมอัตราการไหลแบบต่อเนื่อง เว้นแต่ผู้ผลิตจะระบุว่าสามารถใช้งานลักษณะดังกล่าวได้

FAQ เกี่ยวกับ Ball Valve รั่ว

1. ปิดแล้วทำไมยังมีน้ำไหล?

สาเหตุอาจเกิดจาก Seat เสียหาย มี Foreign Matter ติดอยู่ระหว่าง Ball กับ Seat, Ball มีรอย หรือกลไกของวาล์วปิดไม่ถึงตำแหน่งที่เหมาะสม

2. Foreign Matter คืออะไรใน Ball Valve?

Foreign Matter หมายถึงสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งปนเปื้อน เช่น เศษโลหะ สนิม ทราย ตะกรัน หรือเศษวัสดุจากการติดตั้งที่เข้าไปอยู่ภายในวาล์ว

3. Seat ของ Ball Valve มีหน้าที่อะไร?

Seat ทำหน้าที่เป็นพื้นผิวซีลระหว่าง Ball กับตัววาล์ว เพื่อช่วยป้องกันของไหลไหลผ่านเมื่อวาล์วอยู่ในตำแหน่งปิด

4. เปลี่ยน Seat อย่างเดียวได้หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของ Ball Valve และรุ่นของวาล์ว บางรุ่นสามารถเปลี่ยน Seat และชิ้นส่วนภายในได้ แต่บางรุ่นอาจเหมาะกับการเปลี่ยนวาล์วทั้งตัว ควรตรวจสอบ Parts และคำแนะนำจากผู้ผลิต

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998 / 095-369-5694 / Line : @pinpointt  / www.pinpointinstrument.co.th /https://pressuregaugethai.com // https://lin.ee/yuGLlkN

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Pinpoint Instrument สินค้า  valve  วาล์วและเครื่องมือวัด

Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด  ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์   Pinpoint Instrument

Scroll to Top