Air Vent Valve ตัวช่วยระบายอากาศในระบบท่อ ลดปัญหา Air Lock และเพิ่มประสิทธิภาพระบบ

Air Vent Valve หรือ วาล์วระบายอากาศในระบบท่อ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับจัดการอากาศที่สะสมอยู่ภายในระบบท่อ โดยเฉพาะระบบน้ำ ระบบประปา ระบบชลประทาน และงานอุตสาหกรรมที่มีการลำเลียงของเหลวผ่านท่อ

เมื่อมีอากาศสะสมอยู่ภายในท่อ อากาศอาจรวมตัวกันบริเวณจุดสูงของระบบ ส่งผลให้พื้นที่หน้าตัดที่ของเหลวไหลผ่านลดลง และอาจทำให้อัตราการไหลหรือประสิทธิภาพของระบบเปลี่ยนแปลงได้ BERMAD อธิบายว่าอากาศที่ค้างอยู่ในท่อสามารถทำให้เกิดการสูญเสียแรงดันและลดอัตราการไหลได้ หากไม่มีการระบายออกอย่างเหมาะสม

ดังนั้น การเลือกใช้ให้เหมาะสมกับระบบจึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการบริหารจัดการระบบท่อ

ทำหน้าที่อะไร?

หน้าที่หลักของวาล์วระบายอากาศ คือการจัดการอากาศที่เกิดขึ้นภายในระบบโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของ Air Valve ที่เลือกใช้

1. ระบายอากาศที่สะสมอยู่ในท่อ

ระหว่างการทำงาน อากาศสามารถสะสมตามจุดสูงของแนวท่อได้ Air Valve สามารถช่วยปล่อยอากาศที่สะสมออกจากระบบ เพื่อให้การไหลของของเหลวดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. ช่วยลดปัญหา Air Lock

Air Lock คือภาวะที่อากาศสะสมอยู่ในระบบท่อจนรบกวนการไหลของของเหลว โดยเฉพาะบริเวณจุดสูงของแนวท่อ

การติดตั้งวาล์วสำหรับระบายอากาศในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถช่วยจัดการอากาศสะสมและลดโอกาสเกิดปัญหาการไหลที่ไม่ต่อเนื่องได้

3. ช่วยจัดการอากาศระหว่างเติมน้ำเข้าระบบ

Air Valve บางประเภทสามารถระบายอากาศปริมาณมากออกจากท่อในช่วงที่กำลังเติมน้ำเข้าสู่ระบบ ช่วยให้อากาศไม่ถูกกักอยู่ภายในแนวท่อ

4. ช่วยให้อากาศเข้าสู่ท่อเมื่อเกิดภาวะสุญญากาศ

Air Valve แบบที่รองรับฟังก์ชัน Vacuum สามารถเปิดให้อากาศเข้าสู่ระบบเมื่อเกิดแรงดันลบหรือระหว่างการระบายน้ำ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดสุญญากาศภายในระบบท่อ

ทำงานอย่างไร?

หลักการทำงานของ Air Valve แตกต่างกันตามประเภท แต่รุ่นที่ใช้กลไกลูกลอยมักอาศัยความแตกต่างระหว่างอากาศและของเหลวภายในตัววาล์ว

เมื่อมีอากาศสะสมภายในวาล์ว ระดับของเหลวจะเปลี่ยน ทำให้กลไกภายในเคลื่อนที่และเปิดทางระบายอากาศออก เมื่ออากาศถูกระบายออกและของเหลวกลับเข้ามา ลูกลอยจะเคลื่อนกลับเข้าสู่ตำแหน่งปิด

จึงสามารถทำงานแบบอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใช้งานเปิด–ปิดวาล์วด้วยมือทุกครั้ง

สรุปง่าย ๆ

มีอากาศสะสม → วาล์วเปิดระบายอากาศ → อากาศออก → ของเหลวเข้ามาแทน → วาล์วปิด

Air Vent Valve, Air Release Valve และ Air Valve ต่างกันอย่างไร?

คำศัพท์เหล่านี้มักถูกใช้ค้นหาสินค้ากลุ่มเดียวกัน แต่ในทางเทคนิคอาจมีรายละเอียดด้านหน้าที่แตกต่างกัน

คำเรียกหน้าที่โดยทั่วไป
Air Vent Valveวาล์วสำหรับระบายอากาศออกจากระบบ
Air Release Valveเน้นการปล่อยอากาศที่สะสมอยู่ภายใต้สภาวะระบบมีแรงดัน
Air & Vacuum Valveระบายอากาศปริมาณมาก และให้อากาศเข้าสู่ระบบเมื่อเกิดแรงดันลบ
Combination Air Valveรวมฟังก์ชันการระบายอากาศและการรับอากาศไว้ในชุดเดียว

ตัวอย่างเช่น BERMAD ระบุว่า Combination Air Valve สามารถระบายอากาศขณะเติมน้ำ ระบายอากาศที่สะสมในระบบภายใต้แรงดัน และรับอากาศปริมาณมากเมื่อมีการระบายน้ำออกจากระบบ

ดังนั้น ก่อนเลือกสินค้าไม่ควรดูเพียงคำว่า “Air Valve” แต่ควรตรวจสอบว่า ระบบต้องการระบายอากาศอย่างเดียว หรือจำเป็นต้องรองรับการรับอากาศในภาวะสุญญากาศด้วย

เหมาะกับระบบแบบไหน?

วาล์วระบายอากาศสามารถพบได้ในระบบที่ต้องลำเลียงของเหลวผ่านท่อ เช่น

  • ระบบประปา
  • ระบบส่งน้ำ
  • ระบบชลประทาน
  • ระบบสูบน้ำ
  • ระบบน้ำในโรงงานอุตสาหกรรม
  • ระบบบำบัดน้ำ
  • ระบบน้ำเสีย
  • ระบบท่อที่มีแนวท่อขึ้น–ลงและเกิดจุดสูง
  • ระบบที่ต้องการควบคุมการสะสมของอากาศในแนวท่อ

สำหรับระบบน้ำ การเลือกตำแหน่งติดตั้งมีความสำคัญ เนื่องจากอากาศมีแนวโน้มสะสมบริเวณจุดสูงของแนวท่อ

ติดตั้งตรงไหน?

ตำแหน่งติดตั้งควรพิจารณาจาก แนวท่อและสภาวะทางไฮดรอลิกของระบบ ไม่ควรกำหนดจากขนาดท่อเพียงอย่างเดียว

ตำแหน่งที่มักต้องพิจารณา ได้แก่

  • จุดสูงของแนวท่อ (High Point)
    เป็นบริเวณที่อากาศสามารถสะสมได้ง่าย
  • แนวท่อที่มีการเปลี่ยนระดับ
    โดยเฉพาะระบบที่มีการขึ้นและลงของแนวท่อ
  • บริเวณใกล้อุปกรณ์ควบคุมหรือเครื่องวัดบางประเภท
    การมีอากาศในระบบอาจส่งผลต่อการควบคุมแรงดันหรือการอ่านค่าของอุปกรณ์บางชนิด

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งจริงควรพิจารณาจากแบบระบบและข้อมูลทางวิศวกรรมของท่อแต่ละโครงการ

วิธีเลือก Air Vent Valve ให้เหมาะกับระบบ

ก่อนสั่งซื้อควรเตรียมข้อมูลสำคัญให้ครบ เพื่อให้ผู้ขายสามารถตรวจสอบสเปกได้ถูกต้อง

1. ขนาดท่อและขนาดวาล์ว

เช่น DN25, DN50, DN80 หรือขนาดอื่นตามระบบ

2. ประเภท Connection

เช่น

  • BSP / BSPT
  • NPT
  • Flange
  • Threaded Connection

3. แรงดันใช้งาน

ควรแจ้ง Working Pressure / Operating Pressure ของระบบ เช่น PN10, PN16 หรือค่าที่ระบบใช้งานจริง

4. ชนิดของของเหลว

เช่น

  • น้ำสะอาด
  • น้ำดิบ
  • น้ำเสีย
  • น้ำอุตสาหกรรม
  • ของเหลวชนิดอื่น

5. อุณหภูมิใช้งาน

อุณหภูมิของของเหลวมีผลต่อการเลือกวัสดุและซีลของวาล์ว

6. หน้าที่ที่ต้องการ

ควรระบุให้ชัดเจนว่าต้องการ

  • ระบายอากาศสะสม
  • ระบายอากาศปริมาณมาก
  • รับอากาศเมื่อเกิด Vacuum
  • หรือ Combination Valve

7. วัสดุของตัววาล์วและชิ้นส่วนภายใน

ควรตรวจสอบ Body, Float, Seat, Seal และวัสดุภายในให้เหมาะกับของเหลวและสภาพแวดล้อม

ทำไมการเลือก Air Valve ให้ตรงกับระบบจึงสำคัญ?

การเลือกวาล์วระบายอากาศไม่ควรพิจารณาจาก “ขนาดเกลียว” หรือ “ขนาดท่อ” เพียงอย่างเดียว เพราะ Air Valve แต่ละชนิดมีหน้าที่และความสามารถในการจัดการอากาศแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น ระบบที่ต้องการทั้งการระบายอากาศระหว่างเติมท่อ การปล่อยอากาศสะสมระหว่างการทำงาน และการรับอากาศขณะระบายน้ำ อาจต้องพิจารณา Combination Air Valve แทนวาล์วที่ทำหน้าที่ระบายอากาศเพียงอย่างเดียว

ดังนั้นข้อมูลที่ควรส่งให้ผู้จำหน่าย ได้แก่ ขนาดท่อ, Pressure, Medium, Connection, อุณหภูมิ และลักษณะการทำงานของระบบ

Air Vent Valve BERMAD

จากภาพประกอบเป็น Air Vent Valve แบรนด์ BERMAD ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Air Valve สำหรับงานระบบน้ำและเครือข่ายท่อ โดย BERMAD มีทั้ง Automatic Air Valve และ Combination Air Valve หลายรูปแบบตามลักษณะการใช้งาน

หมายเหตุ: รุ่นและสเปกจริงควรตรวจสอบจาก Nameplate / Datasheet ของสินค้าก่อนสั่งซื้อ โดยภาพประกอบระบุขนาด Connection บริเวณตัวสินค้าเป็น 2″ BSPT แต่ไม่ควรใช้ภาพเพียงอย่างเดียวในการยืนยัน Pressure Rating หรือรุ่นสินค้า

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Air Vent Valve

Q1: Air Vent Valve คืออะไร?

คือวาล์วที่ใช้สำหรับระบายอากาศที่สะสมอยู่ภายในระบบท่อโดยอัตโนมัติ ช่วยจัดการปัญหาอากาศค้างและช่วยให้ระบบลำเลียงของเหลวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Q2: Air Vent Valve กับ Air Release Valve เหมือนกันไหม?

เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกัน แต่หน้าที่อาจแตกต่างกันตามรูปแบบวาล์ว โดย Air Release Valve มักเน้นการระบายอากาศที่สะสมภายใต้สภาวะมีแรงดัน ส่วน Air & Vacuum หรือ Combination Valve สามารถรองรับฟังก์ชันอื่นเพิ่มเติมได้

Q3: ติดตั้งตรงไหน?

โดยทั่วไปมักพิจารณาติดตั้งบริเวณ จุดสูงของแนวท่อ ซึ่งมีโอกาสเกิดการสะสมของอากาศ แต่ตำแหน่งที่เหมาะสมจริงควรพิจารณาจาก Profile ของท่อและการออกแบบระบบ

Q4: ถ้าในท่อมี Air Lock จำเป็นต้องติด Air Valve หรือไม่?

Air Valve เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สามารถใช้จัดการอากาศในระบบได้ แต่การแก้ปัญหาควรตรวจสอบสาเหตุและลักษณะของระบบร่วมด้วย เช่น แนวท่อ จุดสูง อัตราการไหล และสภาวะแรงดัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998 / 095-369-5694 / Line : @pinpointt  / www.pinpointinstrument.co.th /https://pressuregaugethai.com // https://lin.ee/yuGLlkN

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Pinpoint Instrument สินค้า  valve  วาล์วและเครื่องมือวัด

Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด  ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์   Pinpoint Instrument

Scroll to Top